โครงการ “รณรงค์ขับขี่ปลอดภัย ร่วมมือร่วมใจสร้างวินัยจราจร”

***************

1. วัตถุประสงค์   ชมรมนักวิทยุสมัครเล่นมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ร่วมกับชมรมลดอุบัติเหตุบนท้องถนนเมืองหาดใหญ่ ได้ร่วมรับผิดชอบเป็นศูนย์ประสานงาน รับแจ้งเหตุจากอุบัติเหตุ และข่าวสารการจราจร สาธารณภัย และเหตุการณ์ต่างๆ อันก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินทางราชการและส่วนบุคคล นาม “ศูนย์รับแจ้งเหตุ มอ.” ที่ ชั้น 11 อาคารโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ มาเป็นเวลานาน  และขณะนี้ทางศูนย์ได้จัดทำรายการ               “รณรงค์ขับขี่ปลอดภัย ร่วมมือร่วมใจสร้างวินัยจราจร” ผ่านทางคลื่นความถี่วิทยุ 144.2250 MHz. ทุกวัน ระหว่างเวลา 16.30 -16.45 น. ทุกวัน

                เพื่อเป็นการทดสอบความรู้ ความเข้าใจ ของผู้ฟัง(ประชาชน) และเพื่อกระตุ้นให้ทุกคนมีส่วนร่วมของกิจกรรม “รณรงค์ขับขี่ปลอดภัย ร่วมมือร่วมใจสร้างวินัยจราจร” และเพื่อสร้างจิตสำนึกในการใช้รถใช้ถนนอย่างถูกต้องและปลอดภัย  เพื่อลดปัญหาอุบัติเหตุและป้องกันอุบัติเหตุบนท้องถนนทางชมรมฯ มีความเห็นว่าสมควรจัดให้มีทดสอบความรู้ความเข้าใจดังกล่าว โดยการตอบคำถามชิงรางวัลเกี่ยวกับข้อมูลที่รณรงค์มาแล้วทั้งหมด จำนวน 30 คำถาม  ในการนี้ ชมรมฯ ได้ประสานงานขั้นต้นกับทางบริษัทพิธานพาณิชย์ จำกัดสาขาหาดใหญ่ (ผ่านคุณดลฤดี  ธรรมธวัช)  เพื่อขอหมวกนิรภัยจำนวน 30 ใบมาเป็นรางวัล

2. หน่วยงานที่รับผิดชอบ                 ชมรมนักวิทยุสมัครเล่นมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ร่วมกับ

                                                                ชมรมลดอุบัติเหตุบนท้องถนนเมืองหาดใหญ่

3. ระยะเวลาของโครงการ                 1 ธันวาคม พ.ศ. 2550 ถึง 30 ธันวาคม พ.ศ. 2550

                                                                (ขอเลื่อนเป็น 23 ธันวาคม 2550 – 20 มกราคม 2551)

4. งบประมาณ                                      หมวกนิรภัย 30 ใบ โดยการสนับสนุนจากบริษัทพิธานพาณิชย์

 จำกัด สาขาหาดใหญ่

5. ประโยชน์ที่ได้รับ

1.       เพื่อเป็นการทดสอบความรู้ ความเข้าใจของประชาชน

2.  เพื่อกระตุ้นให้ทุกคนมีส่วนร่วมของกิจกรรม “รณรงค์ขับขี่ปลอดภัย ร่วมมือร่วมใจสร้างวินัย จราจร”

3.       เพื่อสร้างจิตสำนึกในการใช้รถใช้ถนนอย่างถูกต้องและปลอดภัย 

4.       เพื่อลดปัญหาอุบัติเหตุและป้องกันอุบัติเหตุบนท้องถนน

6. เงื่อนไขการทดสอบความรู้ ความเข้าใจ

1.       ผู้เข้าร่วมโครงการเป็นนักวิทยุสมัครเล่น หรือประชาชนทั่วไปที่สามารถรับฟังคำถามได้ทางคลื่นความถี่ 144.2250 MHz. โดยไม่จำกัดว่าต้องอยู่ภายในจังหวัดสงขลาเท่านั้นและต้องเป็นผู้ที่มีใบอนุญาตขับขี่รถประเภทหนึ่งประเภทใดก็ได้ ยกเว้นผู้ตอบคำถามที่มีอายุต่ำกว่า 16 ปี ที่ไม่สามารถมีใบอนุญาตขับขี่ตามกฎหมายได้

2.   การตอบคำถามชิงรางวัลเกี่ยวกับข้อมูลที่รณรงค์ประจำวัน แต่ละวันจะมีรางวัลแค่ 1 รางวัลหากไม่มีผู้ตอบคำถามถูกในวันนั้น ทางชมรมฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการนำรางวัลไปจับสลากให้รางวัลแก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้แต่ไม่เคยได้รับรางวัลมาก่อน

3.  ทางชมรมฯ จะจัดตั้งคณะกรรมการเพื่อตั้งคำถามและคำตอบ โดยที่คณะกรรมการชุดดังกล่าวไม่มีสิทธิ์ในการเข้าร่วมตอบคำถามรณรงค์ และให้ถือว่าคำตอบที่ทางชมรมฯ เฉลยถือเป็นที่สิ้นสุด

4. ผู้ร่วมโครงการทุกคนสามารถตอบคำถามของทุกวันได้โดยผ่านทางคลื่นความถี่วิทยุสมัครเล่น 144.2250 MHz. หรือทางโทรศัพท์ 074-451099 ตั้งแต่เวลา 17.00 -18.00 น.ในวันนั้น (มีเวลา 1 ชม.)

5.   เฉลยคำตอบในวันรุ่งขึ้นเวลา 16.30 น. และจะแจ้งคำถาม คำตอบ และชื่อผู้ได้รับรางวัลในแต่ละวันทางเวปไซท์ของชมรมฯ

6.  หากคำถามในวันใดมีผู้ตอบถูกมากกว่า 1 คน ทางชมรมฯ ขอสงวนสิทธิ์ที่จะทำการจับสลากผู้ตอบถูกให้มีผู้ได้รับรางวัลเพียงท่านเดียวในแต่ละวัน

7. หากเคยตอบคำถามถูกมาแล้วทางชมรมฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการที่จะตัดสิทธิ์ให้แก่ผู้ที่ตอบคำถามถูกแต่ยังไม่เคยได้รับรางวัลในวันเดียวกัน

8. ทางชมรมฯ ขอสงวนสิทธิ์ที่จะให้ผู้ที่ได้รับรางวัลในแต่ละวัน รับรางวัลรวมกันแล้วไม่เกิน 3 ครั้ง (รางวัล)

9.  ผู้ได้รับรางวัลสามารถติดต่อขอรับรางวัลได้ที่ศูนย์ประสานงานฯ ชั้น 11 อาคารโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ได้หลังจากที่ทางชมรมฯเฉลยคำตอบและแจ้งชื่อผู้ได้รับรางวัลในแต่ละวัน มีกำหนดติดต่อขอรับรางวัลได้จนถึงวันที่ 15 มกราคม 2551 หากเลยกำหนดทางชมรมฯ จะถือว่าท่านสละสิทธิ์ในการรับรางวัล และทางชมรมฯ จะนำรางวัลดังกล่าวไปใช้ในกิจกรรมรณรงค์ฯ ในครั้งต่อไป

คำถามและคำตอบ "รณรงค์ขับขี่ปลอดภัย-ร่วมมือร่วมใจสร้างวินัยจราจร"
เริ่ม 23 ธันวาคม 50 เป็นต้นไป
ฟังคำถามได้เวลา 16.30 น.ตอบตั้งแต่เวลา 17.00 -18.00 น.

คำถาม- คำตอบ คำถาม- คำตอบ
คำถามที่ 1
23 ธ.ค 50     
คำถามที่ 2 
24 ธ.ค 50
คำถามที่ 3 
25 ธ.ค 50
คำถามที่ 4
26 ธ.ค 50
คำถามที่ 17
8 ม.ค 51  
คำถามที่ 18
9 ม.ค 51
 คำถามที่ 19
10 ม.ค 51
คำถามที่ 20
11 ม.ค 51
คำถามที่ 5 
27 ธ.ค. 50
คำถามที่ 6
28 ธ.ค 50 
คำถามที่ 7
29 ธ.ค 50 
คำถามที่ 8
30 ธ.ค 50
คำถามที่ 21
12 ม.ค 51  
คำถามที่ 22
13 ม.ค 51
 คำถามที่ 23
15 ม.ค 51
คำถามที่ 24
16 ม.ค 51
คำถามที่ 9  
31 ธ.ค 50    
คำถามที่ 10
1 ม.ค 51
คำถามที่ 11
2 ม.ค 51
คำถามที่ 12
3 ม.ค 51
       
คำถามที่ 13
4 ม.ค 51  
คำถามที่ 14
5 ม.ค 51
 คำถามที่ 15
6 ม.ค 51
คำถามที่ 16
7 ม.ค 51
       
 
คำถามที่ 1

          ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน ตั้งเป้าลดอุบัติเหตุช่วงเทศกาลปีใหม่ น้อยกว่าปีแล้ว เตรียมใช้มาตรการปฏิบัติเข้มข้นช่วง 7 วันอันตราย โดยเฉพาะในจุดเสี่ยงที่มีสถิติการอุบัติเหตุทางถนนสูง
                นายบัญญติ จันทน์เสนะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายอนุชา โมกขะเวส อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในแถลงข่าวร่วมรณรงค์ตั้งสติก่อนสตาร์ท เร็ว เมา ง่วง โทรไม่ขับ ในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่มีวันหยุดติดต่อกันหลายวัน และเป็นช่วงที่ประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนา ส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุทางถนนสูงกว่าปกติประมาณ 3-4 เท่า โดยสถิติช่วง 7 วันอันตราย ปีที่ผานมา เกิดอุบัติเหตุถึง 4,456 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 449 คน และมีผู้บาดเจ็บ 4,943 คน ซึ่งช่วง 7 วัน อันตราย โดยตั้งเป้าลดจำนวนการเกิดอุบัติเหตุและผู้เสียชีวิต   ทั้งนี้จะเพิ่มการปฏิบัติการเข้มข้น โดยเน้นหนักการเรียกตรวจ เพื่อชะลอความเร็ว และบังคับใช้กฎหมายบนถนนสายหลัก รวมทั้งตั้งจุดตรวจ ในบริเวณจุดเสี่ยงที่มีสถิติการเกิดอุบัติเหตุสูงและเส้นทางสถานที่ตั้งของสถานบันเทิง อย่างไรก็ตามจากสถิติที่ผ่านมา พบว่าการเมาสุราเป็นปัญหาอันดับ 1 ที่ส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุ ดังนั้นจึงขอเตือนผู้ขับขี่ หากดื่มแล้วไม่ควรขับ และควรจอดพัก หรือใช้บริการรถสาธารณะแทน

คำถาม 1. ช่วง 7 วัน อันตราย คือระหว่างวันที่เท่าไหร่  

          2. ตั้งเป้าลดจำนวนการเกิดอุบัติเหตุและผู้เสียชีวิตอย่างไร

คำตอบ    1.  28 ธันวาคม ถึง 3 มกราคม 51

                2. ตั้งเป้าลดจำนวนการเกิดอุบัติเหตุและผู้เสียชีวิต ไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 โดยตั้งเป้าเสียชีวิตไม่เกิน 413 คน , บาดเจ็บไม่เกิน 4,568 คน จำนวนอุบัติเหตุไม่เกิน 4,133 ครั้ง

*************************

คำถามที่ 2     

          มาตรการป้องกันไม่ให้ผู้ขับขี่รถยนต์ และผู้โดยสารรถยนต์เป็นอันตรายด้วยการคาดเข็มขัดนิรภัยในขณะขับขี่รถยนต์ เพื่อช่วยป้องกันไม่ให้ศีรษะและลำตัวถูกเหวี่ยงไปกระแทกกับพวงมาลัยหรือกระจกรถยนต์ จะช่วยลดความรุนแรงอันเกิดจากอุบัติเหตุได้เมื่อเกิดการชนของรถ ผู้ขับขี่หรือผู้โดยสารที่นั่งหน้าจะถูกเหวี่ยงให้กระแทกกับพวงมาลัย กระจกหน้า หลังคา หรือประตูรถ แรงของการชนขึ้นอยู่กับความเร็วของรถ โอกาสที่เกิดอุบัติเหตุขึ้นภายใน 0.04 วินาที  แรงกระแทกที่เกิดขึ้นประมาณ1,400 กิโลกรัม อาจทำให้เกิดการบาดเจ็บต่ออวัยวะต่างๆ ของร่างกาย เช่นศีรษะ คอ หน้าอก ช่องท้อง และกระดูกเชิงกราน

คำถามที่ 2 ประโยชน์ของเข็มขัดนิรภัย มีอะไรบ้าง ตอบมา 2 ข้อ

คำตอบที่ 2  เข็มขัดนิรภัยไม่ว่าจะเป็นชนิดคาดตรงบริเวณสะโพก (Lap belt) หรือชนิดคาดผ่านสะโพกและไหล่ (Lap Shoulder Belt) จะช่วย
                  1. ลดความรุนแรง ป้องกันไม่ให้ศีรษะ หน้าและหน้าอกไปกระแทกกับพวงมาลัยและกระจกด้านหน้า
                  2. ป้องกันไม่ให้ตัวคนหลุดออกนอกรถ คนที่หลุดออกนอกรถจะมีโอกาสเสียชีวิตมากกว่าคนที่อยู่ในรถถึง 6 เท่า

*************************

คำถามที่ 3

กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเข็มขัดนิรภัย

                พ.ร.บ. จราจรทางบก (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2522 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 112 ตอน 42 ก ลงวันที่ 6 ตุลาคม 2538 ได้บัญญัติให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารรถยนต์ ต้องรัดเข็มขัดนิรภัยในขณะขับขี่และโดยสารรถยนต์

คำถามที่ 3 จงบอกลักษณะความผิดและบทลงโทษ

คำตอบที่ 3 1. ผู้ขับขี่รถ ไม่รัดเข็มขัดนิรภัย หรือรัดไม่ถูกวิธีในขณะขับขี่มีโทษปรับไม่เกิน 500 บาท
              2. ผู้โดยสาร ที่นั่งตอนหน้าแถวเดียวกับผู้ขับขี่ ไม่รัดเข็มขัดนิรภัยหรือรัดไม่ถูกวิธี ในขณะโดยสาร มีโทษปรับไม่เกิน 500 บาท
              3. ผู้ขับขี่จะมีความผิดเสมอ หากตนเอง และหรือคนโดยสารไม่รัดเข็มขัดนิรภัย หรือรัดไม่ถูกวิธี กล่าวคือ ผู้ขับขี่ไม่รัดเข็มขัดนิรภัยก็จะมีความผิดส่วนหนึ่งและจะมีความผิดอีกส่วนหนึ่ง หากคนโดยสารที่นั่งตอนหน้าแถวเดียวกับผู้ขับขี่ไม่รัดเข็มขัดนิรภัยหรือรัดไม่ถูกวิธี (เป็นความผิดต่างกรรม ต่างวาระ) ซึ่งจะมีโทษปรับรวมแล้วไม่เกิน 1,000 บาท           

*************************

 คำถามที่ 4

การขับรถโดยปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัดเป็นวิธีการหนึ่งที่จะช่วยลดอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้รถใช้ถนน ผู้ขับขี่ทุกคนควรมีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับกฎจราจร อย่างถูกต้องและแม่นยำ เพื่อที่จะสามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อก่อให้เกิดความปลอดภัยในชีวิต ร่างกายและทรัพย์สินของผู้ขับขี่ ตลอดจนผู้โดยสาร ผู้ร่วมเดินทางและผู้ใช้ถนนอื่นๆ

ความหมายของคำที่ควรทราบ
การจราจร หมายความว่า การใช้ทางของผู้ขับขี่ คนเดินเท้าหรือคนที่จูง ขี่หรือไล่ต้อน สัตว์  ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่ความหมายของคำว่า "ทาง"

•ก.      ทางเดินรถ ช่องเดินรถประจำทางไหล่ทาง ทางเท้า ทางข้าม ทางร่วม ทางแยก ทางลาด ทางโค้ง

•ข.      สะพาน และลานที่ประชาชนใช้ในการจราจร

•ค.      ทางส่วนบุคคลที่เจ้าของยินยอมให้ประชาชนใช้ในการจราจร

•ง.       เจ้าพนักงานจราจรได้ประกาศให้เป็นทางตามพระราชบัญญัติโดยรวมไปถึงทางรถไฟด้วย

คำตอบที่ 4   ทาง หมายความว่า ทางเดินรถ ช่องเดินรถประจำทางไหล่ทาง ทางเท้า ทางข้าม ทางร่วม ทางแยก ทางลาด ทางโค้ง สะพาน และลานที่ประชาชนใช้ในการจราจร และให้หมายความรวมถึงทางส่วนบุคคลที่เจ้าของยินยอมให้ประชาชนใช้ในการจราจร หรือเจ้าพนักงานจราจรได้ประกาศให้เป็นทางตามพระราชบัญญัตินี้ด้วย แต่ไม่รวมไปถึงทางรถไฟ

คำตอบที่ถูกคือ ข้อ ง.  

*************************

คำถามที่ 5

คำถาม สัญญาณจราจร คืออะไร

•1.      สัญญาณใด ๆ ไม่ว่าจะแสดงด้วยธงไฟฟ้า มือ แขน เสียงนกหวีด หรือวิธีอื่นใดสำหรับให้ผู้ขับขี่ คนเดินเท้า หรือคนที่จูงขี่หรือไล่ต้อนสัตว์ ปฏิบัติตามสัญญาณนั้น

•2.      เครื่องหมายใด ๆ ที่ได้ติดตั้งไว้หรือทำให้ปรากฏในทางสำหรับให้ผู้ขับขี่ คนเดินเท้า หรือคนที่จูง ขี่ หรือไล่ต้อนสัตว์ ปฏิบัติตามเครื่องหมายนั้น

•3.      ไฟสัญญาณแสงวับวาบ หรือให้ใช้เสียงสัญญาณไซเรนหรือเสียงสัญญาณอื่นตามที่จะกำหนดให้

      4.  ถูกทุกข้อ
 

คำตอบที่ 5

คำตอบ สัญญาณจราจร หมายความว่า สัญญาณใด ๆ ไม่ว่าจะแสดงด้วยธงไฟฟ้า มือ แขน เสียงนกหวีด หรือวิธีอื่นใดสำหรับให้ผู้ขับขี่ คนเดินเท้า หรือคนที่จูงขี่หรือไล่ต้อนสัตว์ ปฏิบัติตามสัญญาณนั้น
คำตอบที่ถูกคือ ข้อ 1.

*************************

คำถามที่ 6 ผู้ขับขี่จะต้องปฏิบัติให้ถูกต้องตามสัญญาณจราจร และเครื่องหมายจราจรที่ได้ติดตั้งไว้ หรือทำให้ปรากฏในทางหรือที่พนักงานเจ้าหน้าที่แสดงให้ทราบ
คำถาม สัญญาณจราจร มี 3 ชนิดอะไรบ้าง

คำตอบที่ 6

คำตอบ  1 สัญญาณไฟจราจร  2 สัญญาณจราจรที่พนักงานเจ้าหน้าที่แสดงให้ปรากฏ
           3. เสียงนกหวีด

 

*************************

คำถามที่ 7 ในการเลี้ยวขวา และเลี้ยวซ้าย ผู้ขับขี่ ต้องใช้ความระมัดระวัง และต้องหยุดให้ทางแก่ผู้ที่กำลังข้ามทาง และรถที่มีกำลังผ่านทางร่วมทางแยก จากทางด้านอื่นก่อนเว้นแต่ในกรณีที่มีรถเลี้ยวซ้าย และเลี้ยวขวา พร้อมกันให้รถเลี้ยวซ้ายให้ทางแก่รถที่เลี้ยวขวาก่อนให้รถทางขวาผ่านไปก่อน
>->ถ้าจะเลี้ยวอ้อมวงเวียน หรือเกาะที่สร้างไว้ให้ผู้ขับขี่ขับรถอ้อมไปทางซ้ายของวงเวียนหรือเกาะนั้น
คำถาม ข้อใดเป็นห้ามในการเลี้ยวรถและกลับรถ

  1. ห้ามกลับรถในเขตปลอดภัย ที่คับขัน บนสะพาน หรือในระยะ 100 เมตร จากทางราบของเชิงสะพาน
  2. ห้ามกลับรถที่ทางร่วมทางแยก เว้นแต่จะมีเครื่องหมายจราจรให้กลับรถในบริเวณนั้นได้
  3. ในทางเดินรถที่สวนกันได้ ห้ามผู้ขับขี่กลับรถ หรือเลี้ยวรถ ทางขวาในเมื่อมีรถอื่นสวนหรือตามมา ในระยะน้อยกว่า 100 เมตร เว้นแต่เมื่อเห็นปลอดภัย และไม่เป็นการกีดขวางการจราจรของรถอื่น
  4. ถูกทุกข้อ

คำตอบที่ 7

คำตอบที่ถูกคือ ข้อ ง.

*************************

คำถามที่ 8  หลักการขับรถอย่างปลอดภัย
การขับรถอย่างปลอดภัย ขึ้นอยู่กับความรู้ 5 ประการ หรือหลัก 5 "ร"

คำถาม  มีอะไรบ้างที่เกี่ยวกับ 5 ร  เช่น 1 รอบรู้เรื่อง "รถ" 

 

คำตอบที่ 8

คำตอบ  รอบรู้เรื่อง "รถ"   รอบรู้เรื่องทาง  รอบรู้เรื่องวิธีขับรถ  รอบรู้เรื่องกฎจราจร  รอบรู้เรื่องมารยาทในการขับรถ

 

*************************

คำถามที่ 9

            การประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ วันที่14 พ.ย.50  มีการพิจารณาเรื่องด่วนที่สำคัญ คือ การพิจารณา และผ่านความเห็นชอบ ร่าง พ.ร.บ.จราจรทางบก ด้วยคะแนนเอกฉันท์ 57 เสียง
โดยสาระสำคัญของ พ.ร.บ.ดังกล่าว คือ ห้ามใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ในขณะขับรถเว้นแต่มีอุปกรณ์เสริมสำหรับการสนทนา โดยผู้ขับขี่ไม่ต้องถือ หรือจับโทรศัพท์เคลื่อนที่เพื่อลดอุบัติเหตุบนท้องถนน และมีบทกำหนดโทษผู้ที่ฝ่าฝืน ทั้งนี้ กฎหมายดังกล่าวให้มีบังคับใช้เมื่อพ้นกำหนด 90 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
คำถาม  บทกำหนดโทษผู้ที่ฝ่าฝืนต้องระวางโทษปรับเท่าไร ?

คำตอบที่ 9
คำตอบ ตั้งแต่ 400 บาทถึง 1,000 บาท

*************************

คำถามที่ 10

หมวกกันน๊อค หรือ หมวกนิรภัย เป็นอุปกรณ์ป้องกันและลดความรุนแรงของอุบัติภัย บนท้องถนน สามารถลดอัตราความบาดเจ็บโดยเฉพาะบริเวณศีรษะได้อย่างมากดังนั้น ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ควรมีความรู้ในการเลือกหาหมวกที่มีมาตรฐาน และเหมาะสมต่อการใช้งาน

คำถาม ทุกข้อเป็นการเลือกหมวกกันน๊อค ที่ดี ยกเว้น

1. ควรเลือกหมวกกันน๊อคที่มีเครื่องหมาย มอก.( มาตรฐานอุตสาหกรรม ) และเลือกขนาดให้เหมาะสมและพอดีกับขนาดศรีษะ
2. ไม่ควรเปลี่ยนหมวกหากมีอุปกรณ์เพียงบางส่วนเกิดความเสียหาย เพราะขนาดเหมาะสมและพอดีกับขนาดศรีษะอยู่แล้ว
3. สังเกตวัสดุภายในและภายนอกของหมวกว่ามีความแข็งแรง สายรัดคาง มีความปลอดภัย
4. ระวังหมวกกันน๊อคที่วัสดุภายนอกเบาะบาง และมีมอก. ปลอม( โดยตรวจสอบโรงงานที่ผลิต )

 

คำตอบที่ 10

รายการ “รณรงค์ขับขี่ปลอดภัย ร่วมมือร่วมใจสร้างวินัยจราจร”

คำตอบที่ถูกคือ ข้อ ข.

*************************

คำถามที่ 11

คำถาม การขับขี่ไม่สวมหมวกนิรภัยหากโดนจับจะต้องเสียค่าปรับเท่าไหร่

คำตอบที่ 11

รายการ “รณรงค์ขับขี่ปลอดภัย ร่วมมือร่วมใจสร้างวินัยจราจร”


    คำตอบ โดนปรับไม่เกิน 500 บาท

*************************

คำถามที่ 12

รายการ “รณรงค์ขับขี่ปลอดภัย ร่วมมือร่วมใจสร้างวินัยจราจร”

คำถาม ขับรถฝ่าฝืนสัญญาณไฟแดงโดนจับเสียค่าปรับเท่าไหร่

 

คำตอบที่ 12

รายการ “รณรงค์ขับขี่ปลอดภัย ร่วมมือร่วมใจสร้างวินัยจราจร”

 

คำถาม ขับรถฝ่าฝืนสัญญาณไฟแดงโดนจับเสียค่าปรับเท่าไหร่

คำตอบ ปรับไม่เกิน 1,000 บาท

*************************

คำถามที่ 13

รายการ “รณรงค์ขับขี่ปลอดภัย ร่วมมือร่วมใจสร้างวินัยจราจร”

 ผู้มีหน้าที่ต้องทำประกันภัยรถ ได้แก่ เจ้าของรถผู้ครอบครองรถในฐานะผู้เช่าซื้อรถ และผู้นำรถที่จดทะเบียนในต่างประเทศเข้ามาใช้ในประเทศ
         

คำถาม การฝ่าฝืนไม่จัดให้มีการทำประกันภัยรถ พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 กำหนดให้ระวางโทษปรับ  เท่าไร?

คำตอบที่ 13

รายการ “รณรงค์ขับขี่ปลอดภัย ร่วมมือร่วมใจสร้างวินัยจราจร”

 

คำถาม การฝ่าฝืนไม่จัดให้มีการทำประกันภัยรถ พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 กำหนดให้ระวางโทษปรับ  เท่าไร?
คำตอบ ไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท

*************************

คำถามที่ 14

รายการ “รณรงค์ขับขี่ปลอดภัย ร่วมมือร่วมใจสร้างวินัยจราจร”

ความคุ้มครองเบื้องต้นตาม พ.ร.บ.ผู้ประสบภัย จะได้รับความคุ้มครองในความเสียหายที่เกิดขึ้น เป็นค่ารักษาพยาบาลกรณีบาดเจ็บ เป็นค่าปลงศพในกรณีเสียชีวิต โดยไม่ต้องรอพิสูจน์ความผิด บริษัทจะชดใช้ให้แก่ผู้ประสบภัย/ทายาทของผู้ประสบภัย ภายใน 7 วัน นับแต่บริษัทได้รับคำร้องขอ ค่าเสียหาย ดังกล่าว เรียกว่า “ค่าเสียหายเบื้องต้น” โดยมีจำนวนเงิน ดังนี้

          กรณีบาดเจ็บ จะได้รับการชดใช้เป็นค่ารักษาพยาบาล และค่าใช้จ่ายอันจำเป็นเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 15,000 บาท
          กรณีเสียชีวิต จะได้รับการชดใช้เป็นค่าปลงศพ และค่าใช้จ่ายอันจำเป็นเกี่ยวกับการจัดการศพ จำนวน 35,000 บาท (เฉพาะกรมธรรม์คุ้มครองตั้งแต่ 1 เมษายน 2546 เป็นต้นมา)
คำถาม กรณีเสียชีวิตภายหลังการรักษาพยาบาล จะได้รับการชดใช้เป็นค่ารักษาพยาบาลและค่าปลงศพ อย่างไร

 

คำตอบที่ 14

รายการ “รณรงค์ขับขี่ปลอดภัย ร่วมมือร่วมใจสร้างวินัยจราจร”

 

 

คำถาม กรณีเสียชีวิตภายหลังการรักษาพยาบาล จะได้รับการชดใช้เป็นค่ารักษาพยาบาลและค่าปลงศพอย่างไร

คำตอบ จะได้รับการชดใช้เป็นค่ารักษาพยาบาลตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 15,000 บาท และค่าปลงศพ จำนวน 35,000 บาท (เฉพาะกรมธรรม์คุ้มครองตั้งแต่ 1 เมษายน 2546 เป็นต้นมา) รวมแล้วจะได้รับค่าเสียหายเบื้องต้นไม่เกิน 50,000 บาท

*************************

 

คำถามที่ 15

รายการ “รณรงค์ขับขี่ปลอดภัย ร่วมมือร่วมใจสร้างวินัยจราจร”

อย่างไรจึงจะได้รับความคุ้มครองในกรณีสูญเสียอวัยวะ/ทุพพลภาพ

ผู้ประสบภัยจากรถที่ต้องสูญเสียอวัยวะ/ทุพพลภาพอย่างถาวร   คือ   ตาบอด หนูหนวก เป็นใบ้ หรือเสียความสามารถในการพูด หรือลิ้นขาด  สูญเสียอวัยวะสืบพันธุ์ เสียแขน ขา มือ เท้า นิ้ว หรืออวัยวะอื่นใด  จิตพิการอย่างติดตัว ทุพพลภาพอย่างถาวร
คำถาม ผู้ประสบภัยจากรถที่ต้องสูญเสียอวัยวะ/ทุพพลภาพอย่างถาวร   จะได้รับจำนวนเงินความคุ้มครอง ในกรณีใดกรณีหนึ่ง เป็นเงินเท่าไร
1. 80,000 บาท  2. 60,000 บาท  3. 50,000  บาท   4. 30,000  บาท

คำตอบที่ 15

รายการ “รณรงค์ขับขี่ปลอดภัย ร่วมมือร่วมใจสร้างวินัยจราจร”

 

คำถาม ผู้ประสบภัยจากรถที่ต้องสูญเสียอวัยวะ/ทุพพลภาพอย่างถาวร   จะได้รับจำนวนเงินความคุ้มครอง ในกรณีใดกรณีหนึ่ง เป็นเงินเท่าไร
คำตอบ ผู้ประสบภัยจากรถที่ต้องสูญเสียอวัยวะ/ทุพพลภาพอย่างถาวร ที่จะได้รับจำนวนเงินความคุ้มครอง 80,000 บาท ในกรณีใดกรณีหนึ่ง

คำตอบที่ถูกคือ ข้อ ก.

*************************

คำถามที่ 16

รายการ “รณรงค์ขับขี่ปลอดภัย ร่วมมือร่วมใจสร้างวินัยจราจร”

พ.ร.บ. รถจักรยานยนต์

คำถาม สำหรับผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ บริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด  ได้มีการจำหน่าย พ.ร.บ.รถจักรยานยนต์ ในราคาที่กฎหมายกำหนด โดย ขนาดเครื่องยนต์ (ซีซี) 75-125  จะต้องจ่ายเบี้ยประกันภัยเท่าไร

ก. 161 บาท       ข. 232 บาท       ค. 313 บาท       ง. 323 บาท

 

คำตอบที่ 16

รายการ “รณรงค์ขับขี่ปลอดภัย ร่วมมือร่วมใจสร้างวินัยจราจร”

คำถาม สำหรับผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ บริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด  ได้มีการจำหน่าย พ.ร.บ.รถจักรยานยนต์ ในราคาที่กฎหมายกำหนด โดย ขนาดเครื่องยนต์ (ซีซี) 75-125  จะต้องจ่ายเบี้ยประกันภัยเท่าไร

คำตอบ ข้อ ง. 323 บาท

*************************

คำถามที่ 17

รายการ “รณรงค์ขับขี่ปลอดภัย ร่วมมือร่วมใจสร้างวินัยจราจร”

"พระราชบัญญัติ รถยนต์ (ฉบับที่ 12) พ.ศ.2546"  มาตรา 32  เจ้าของรถมีหน้าที่เสียภาษีประจำปี

คำถาม ภาษีประจำปีให้เสียล่วงหน้าได้คราวละเท่าไร

คำตอบที่ 17

รายการ “รณรงค์ขับขี่ปลอดภัย ร่วมมือร่วมใจสร้างวินัยจราจร”

คำตอบ "มาตรา 32  เจ้าของรถมีหน้าที่เสียภาษีประจำปี   ภาษีประจำปีให้เสียล่วงหน้าคราวละหนึ่งปี

*************************

คำถามที่ 18

รายการ “รณรงค์ขับขี่ปลอดภัย ร่วมมือร่วมใจสร้างวินัยจราจร”

คำถาม  ข้อใดไม่ควรปฏิบัติเมื่อผู้ขับขี่ขับรถลงจากทางลาดชันหรือภูเขา

1. ขับรถชิดขอบทางด้านซ้าย ให้เสียงสัญญาณเตือนรถที่อาจสวนทางมาและห้ามใช้เกียร์ว่างแต่ใช้เกียร์ต่ำ
2. ห้ามเหยีบคลัทซ์
3. ใช้เบรคตลอดเวลา
4. ห้ามดับเครื่องยนต์

 

คำตอบที่ 18

รายการ “รณรงค์ขับขี่ปลอดภัย ร่วมมือร่วมใจสร้างวินัยจราจร”

เมื่อผู้ขับขี่ขับรถลงจากทางลาดชันหรือภูเขาจะต้องปฏิบัติ

คำตอบ 1.ห้ามใช้เกียร์ว่าง     2.ห้ามเหยียบคลัทซ์     3.ห้ามใช้เบรคตลอดเวลา
4.ห้ามดับเครื่องยนต์    5.ใช้เกียร์ต่ำ   6.ขับรถชิดขอบทางด้านซ้าย
7. ให้เสียงสัญญาณเตือนรถที่อาจสวนทางมา       คำตอบที่ถูกคือ ข้อ 3

*************************

คำถามที่ 19

รายการ “รณรงค์ขับขี่ปลอดภัย ร่วมมือร่วมใจสร้างวินัยจราจร”

คำถาม ข้อความนี้ถูกหรือผิด

เมื่อผู้ขับขี่พบเครื่องหมาย “เลี้ยวซ้ายผ่านตลอด” ผู้ขับขี่ควรปฏิบัติคือ ให้ผู้ขับขี่หยุดให้ทางแก่รถที่กำลังผ่านทางร่วมทางแยกจากทางด้านขวา และให้ทางแก่รถที่เลี้ยวขวาก่อนจึงจะเลี้ยวซ้ายผ่านไปได้

คำตอบที่ 19

รายการ “รณรงค์ขับขี่ปลอดภัย ร่วมมือร่วมใจสร้างวินัยจราจร”

คำตอบ คือ ถูก

*************************

คำถามที่ 20

รายการ “รณรงค์ขับขี่ปลอดภัย ร่วมมือร่วมใจสร้างวินัยจราจร”

คำถาม ในขณะขับรถผู้ขับขี่ต้องมีเอกสารชนิดใดบ้าง

คำตอบที่ 20

รายการ “รณรงค์ขับขี่ปลอดภัย ร่วมมือร่วมใจสร้างวินัยจราจร”

คำตอบ

1.ใบอนุญาตขับรถ
2.สำเนาภาพถ่ายคู่มือจดทะเบียนรถ

*************************

คำถามที่ 21

รายการ “รณรงค์ขับขี่ปลอดภัย ร่วมมือร่วมใจสร้างวินัยจราจร”

คำถาม   ข้อใดไม่ควรปฏิบัติ เมื่อผู้ขับขี่ต้องการจะจอดรถ

1.ให้สัญญาณด้วยมือและแขน หรือสัญญาณไฟ (สัญญาณชะลอรถและยกเลี้ยว) ก่อนที่จะหยุดหรือจอดรถในระยะไม่น้อยกว่า 60 เมตร
2.หยุดหรือจอดรถได้เมื่อเห็นว่าปลอดภัยและไม่กีดขวางการจราจร
3.จอดรถทางด้านซ้ายของทางเดินรถ และขนานกับขอบทางหรือไหล่ทางไม่เกิน 25 เซนติเมตร (เว้นแต่เป็นทางเดินรถทางเดียวและเจ้าพนักงานจราจรอนุญาตให้จอดรถในทางเดินรถด้านขวาได้)
4.ห้ามจอดในช่องทางเดินรถประจำทางในเวลาที่กำหนดให้เป็นช่องทางเดินรถประจำทาง

คำตอบที่ 21

รายการ “รณรงค์ขับขี่ปลอดภัย ร่วมมือร่วมใจสร้างวินัยจราจร”

 

คำตอบ ที่ถูก ข้อ 1

ให้สัญญาณด้วยมือและแขน หรือสัญญาณไฟ (สัญญาณชะลอรถและยกเลี้ยว) ก่อนที่จะหยุดหรือจอดรถในระยะไม่น้อยกว่า 30 เมตร

*************************

คำถามที่ 22

รายการ “รณรงค์ขับขี่ปลอดภัย ร่วมมือร่วมใจสร้างวินัยจราจร”
 

คำถาม  สัญญาณไฟสีแดงกระพริบ หมายความว่าอย่างไร

คำตอบที่ 22

รายการ “รณรงค์ขับขี่ปลอดภัย ร่วมมือร่วมใจสร้างวินัยจราจร”

คำตอบ ให้หยุดรถหลังเส้นให้รถหยุด เมื่อเห็นว่าปลอดภัย และไม่เป็นการขวางจึงขับรถต่อไปได้

*************************

 

ไปดูรายชื่อ ผู้รับรางวัล

ชมรมนักวิทยุสมัครเล่น มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ชั้น 11 อาคารอายุรกรรม โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา 90110
โทร.0-7445-1099 แฟกซ์ 0-7445-1528 e-mail: pnaroupa@medicine.psu.ac.th